สอนลูกอ่านหนังสือ ยังไงให้ลูกสนุก และเกิดการเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติ

สอนลูกอ่านหนังสือ จำเป็นต้องเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่

หลายคนอาจคิดว่าการสอนลูกอ่านหนังสือ ควรรอให้ลูกโตหรือเข้าโรงเรียนก่อนถึงจะเริ่มได้ แต่จริง ๆ แล้ว พื้นฐานของการอ่านสามารถเริ่มได้ตั้งแต่ลูกยังเล็กมาก แม้จะยังอ่านไม่ออกก็ตาม สิ่งสำคัญของช่วงเริ่มต้นไม่ใช่การอ่านออกเขียนได้ แต่คือการสร้างความคุ้นเคยกับภาษา ผ่านการฟังเสียงพูด การมองภาพประกอบ การจับใจความจากน้ำเสียง และการเชื่อมโยงคำกับสิ่งรอบตัว เมื่อลูกได้ฟังและมีส่วนร่วมอย่างสม่ำเสมอ สมองของเขาจะค่อย ๆ วางรากฐานด้านภาษา การสื่อสาร และการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นธรรมชาติ
ดังนั้นการสอนอ่านสำหรับเด็กเล็ก คือการสร้างบรรยากาศให้เขารู้สึกสนุกและปลอดภัยกับโลกของคำและเรื่องราว มากกว่าการเร่งให้จำหรืออ่านให้ได้เร็วที่สุด
เคล็ดลับสอนลูกอ่านหนังสือให้ไม่เบื่อ และอยากเรียนรู้เอง
การสอนลูกอ่านหนังสือไม่จำเป็นต้องจริงจังหรือมีแบบฝึกหัดมากมาย เพราะหัวใจของการอ่านสำหรับเด็กเล็ก คือ ความสุขและความผูกพันระหว่างพ่อแม่กับลูก เริ่มง่าย ๆ ด้วยการ อ่านให้ลูกฟังทุกวัน ใช้น้ำเสียง สีหน้า และท่าทางช่วยเล่าเรื่องให้สนุก เด็กจะค่อย ๆ ซึมซับคำศัพท์ การออกเสียง และจังหวะของภาษาโดยธรรมชาติ โดยใช้หนังสือภาพ ของเล่น หรือหุ่นนิ้วมือ มาช่วยเล่าเรื่องให้เห็นภาพยิ่งขึ้น ให้ลูกมีส่วนร่วม เช่น เลือกหนังสือที่อยากอ่านเอง พลิกดูภาพ ถามคำถาม หรือเล่าเรื่องในแบบของเขาเอง โดยไม่ต้องเร่งให้อ่านออกเร็ว เพราะสิ่งสำคัญกว่าคือการที่ลูกรู้สึกรักการอ่าน และรู้สึกว่าหนังสือคือสิ่งที่สนุกและปลอดภัย เมื่อพ่อแม่ให้ทั้ง เวลา ความอดทน และอิสระในการเรียนรู้ เด็กจะค่อย ๆ พัฒนาไปด้วยความสุข และนั่นคือจุดเริ่มต้นของพัฒนาการทางภาษา ความคิด และจินตนาการที่งดงามของเด็ก
สอนลูกอ่านหนังสือเชื่อมโยงกับ EF ได้อย่างไร

การสอนลูกอ่านหนังสือ ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องภาษาเท่านั้น แต่ยังเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริม EF (Executive Function) หรือทักษะสมองที่ใช้ในการควบคุมตนเอง วางแผน และแก้ปัญหา ซึ่งเป็นหัวใจของ พัฒนาการเด็กในระยะยาว เมื่อพ่อแม่อ่านหนังสือกับลูกเด็กจะได้ฝึกฟังอย่างตั้งใจ รอคอยจังหวะ สังเกตภาพ และเชื่อมโยงเรื่องราว ซึ่งทั้งหมดนี้คือการใช้สมองส่วน EF อย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือ การเลี้ยงลูกให้มีประสบการณ์การอ่านที่สนุกและอบอุ่น ไม่กดดัน ให้ลูกมีโอกาสคิด ตั้งคำถาม และคาดเดาเรื่องราวด้วยตนเอง นั่นคือการฝึก EF ผ่านความสุข ไม่ใช่การบังคับ และจะทำให้ลูกเติบโตเป็นคนที่รักการเรียนรู้และจัดการตนเองได้ดีในอนาคต
เมื่อพ่อแม่ร่วมสอนลูกอ่านหนังสือ พัฒนาการเด็กจะเติบโตได้ครบทุกด้าน
|การสอนลูกอ่านหนังสือไม่เพียงช่วยให้ลูกเข้าใจภาษาได้ดีขึ้น แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่สร้างสายใยความสัมพันธ์ในครอบครัวอย่างลึกซึ้ง เมื่อพ่อแม่ใช้เวลาอ่านหนังสือกับลูก พูดคุย โอบกอด หรือหัวเราะไปกับเนื้อหาในเล่ม เด็กจะรู้สึกถึงความรัก ความใส่ใจ และการยอมรับในตัวเขา สิ่งเหล่านี้คือรากฐานสำคัญของพัฒนาการเด็ก ทั้งด้านอารมณ์ สมาธิ และความมั่นใจในตนเอง เพราะการได้รับความอบอุ่นจากพ่อแม่จะช่วยให้ลูกกล้าแสดงออก กล้าคิด และพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ
อยากสอนลูกอ่านหนังสือให้เป็นเรื่องง่าย เริ่มจากเข้าใจธรรมชาติของลูกก่อน
ก่อนจะสอนลูกให้อ่านหนังสือได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือเข้าใจธรรมชาติของลูก เพราะเด็กแต่ละคนมีจังหวะการเรียนรู้ไม่เหมือนกัน บางคนสนใจตัวหนังสือตั้งแต่เล็ก ขณะที่บางคนอาจต้องใช้เวลาอีกหน่อยกว่าจะเริ่มสนุกกับการอ่าน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของพัฒนาการเด็กทุกคน พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องเร่งหรือเปรียบเทียบลูกกับใคร สิ่งที่ควรทำคือ คอยสนับสนุนและส่งเสริมในแบบของลูกเอง เช่น เลือกหนังสือที่เขาชอบ อ่านให้ฟังอย่างใจเย็น หรือปล่อยให้ลูกเลือกเล่มที่อยากเปิดดูบ้าง การเลี้ยงลูกด้วยความเข้าใจและไม่เร่งเร้า จะช่วยให้เขาค่อย ๆ รักการอ่านจากใจไม่ใช่เพราะถูกบังคับ เมื่อเด็กได้เรียนรู้ในจังหวะของตนเอง เขาจะเติบโตอย่างมั่นใจ และมองการอ่านเป็นสิ่งที่สนุกและเป็นของเขาเอง ซึ่งนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่แท้จริง
Kids Plus เข้าใจว่าการสอนลูกอ่านหนังสือคือพื้นฐานที่สำคัญของลูกน้อย

Kids Plus เราเชื่อว่าการสอนลูกอ่านหนังสือ คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่สำคัญที่สุดในชีวิตเด็ก เพราะเบื้องหลังของการอ่านไม่ใช่แค่ตัวอักษร แต่คือกระบวนการคิด การฟัง การจดจ่อ และความสุขในการเรียนรู้ ทุกคลับของเราถูกออกแบบโดยนักกิจกรรมบำบัด เพื่อส่งเสริมทักษะ EF และภาษาอย่างเป็นธรรมชาติ ผ่านกิจกรรมสนุก ๆ เช่น คลับเสริมทักษะ EF (Up Able) คลับการอ่าน (Read On Club)
เพราะเราเชื่อว่าเด็กทุกคนมีความแตกต่างที่งดงามในแบบของตนเอง และเมื่อได้รับการส่งเสริมอย่างเข้าใจ เขาจะสามารถเติบโตได้อย่างมั่นใจ สมวัย และมีความสุขกับการเรียนรู้อย่างแท้จริง


