Share

เมื่อเรากังวลว่า ในอนาคต "ลูกไม่มีเพื่อนที่โรงเรียน" เริ่มแก้ได้ด้วยการวางรากฐานพัฒนาการ

Last updated: 21 Nov 2025
486 Views
หลายครั้งที่ผู้ปกครองกังวลว่า ลูกไม่คุยกับเพื่อน เล่นคนเดียว ไม่กล้าทักใคร ไม่ค่อยเข้ากลุ่ม พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าผิดปกติทันที แต่เป็น สัญญาณ ว่าเราควรกลับมามองว่ารากฐานทักษะสังคมของลูกแข็งแรงพอหรือยัง เพราะความสามารถในการเข้าหากลุ่ม พูดคุยกับเพื่อน หรือสร้างมิตรภาพนั้น ไม่ได้เริ่มต้นที่โรงเรียน แต่เริ่มตั้งแต่ที่บ้าน

ในช่วงวัยอนุบาลหรือก่อนเข้าเรียน ซึ่งเป็นช่วงที่สมองเด็กพัฒนาอย่างรวดเร็วที่สุด ทั้งด้านการเข้าใจอารมณ์ การสื่อสาร และการจัดการตัวเอง การวางรากฐานพัฒนาการที่ดีตั้งแต่เล็กจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เด็กมั่นใจและพร้อมสร้างสัมพันธ์กับเพื่อนเมื่อเข้าสู่โรงเรียนจริง ๆ

 


ลูกไม่มีเพื่อนที่โรงเรียนเพราะรากฐานพัฒนาการทางสังคมยังไม่มั่นคง

เด็กหลายคนที่ไม่กล้าคุยหรือเล่นกับเพื่อน ไม่ได้หมายความว่าเขาเข้ากับคนอื่นไม่ได้ แต่อาจเป็นเพราะประสบการณ์ทางสังคมน้อย หรือทักษะพื้นฐานบางด้านยังไม่พัฒนาเต็มที่ เช่น ภาษา การสื่อสาร หรือการควบคุมอารมณ์ เด็กอาจไม่รู้วิธีเริ่มบทสนทนา ไม่เข้าใจอารมณ์ของผู้อื่น หรือกลัวสถานการณ์ใหม่ ๆ ที่มีคนเยอะ ความมั่นใจของเด็กเกิดจากการลองทำซ้ำ ๆ ที่บ้านผ่านกิจกรรมง่าย ๆ

เช่น การพูดคุยกับคนในบ้าน การฝึกทักทาย การสบตา การรอคิว การแบ่งปันของเล่น สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้ทำให้เด็กค่อย ๆ กล้าพูด กล้าเข้าหาเพื่อน และพร้อมเข้าสังคมมากขึ้น พื้นฐานที่ยังไม่แข็งแรงอาจทำให้เด็กไม่มั่นใจและรู้สึกโดดเดี่ยวได้ง่าย การเสริมรากฐานตั้งแต่วันนี้จะช่วยให้ลูกเปิดใจต่อสังคมมากขึ้นในอนาคต

 


วิธีวางรากฐานพัฒนาการทางสังคมให้ลูกตั้งแต่ที่บ้าน



การฝึกทักษะสังคมไม่จำเป็นต้องรอให้เด็กเข้าโรงเรียน ผู้ปกครองสามารถเริ่มจากกิจกรรมง่าย ๆ ได้ที่บ้าน เช่น การให้ลูกลองเล่นกับเพื่อนรุ่นเดียวกันในกลุ่มเล็ก ๆ เพื่อให้คุ้นเคยกับการเล่นร่วมกันโดยไม่กดดันเกินไป การฝึกกล้าแสดงออก เช่น ให้ลูกเล่านิทาน เลือกของเล่นเอง ตอบคำถามง่าย ๆ หรือแสดงความเห็นเล็ก ๆ น้อย ๆ

ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการสื่อสารของลูก นอกจากนี้ การให้ลูกตัดสินใจเองในเรื่องเล็ก ๆ เช่น เลือกเสื้อผ้า เลือกกิจกรรม หรือเลือกอาหารบางอย่าง จะช่วยเพิ่ม self-esteem และทำให้เด็กเชื่อว่าตนเองทำได้ ช่วงอายุ 2-6 ปี คือช่วงเวลาทองที่เด็กเรียนรู้มารยาทสังคมได้ดีที่สุด ทั้งการทักทาย การผลัดกันเล่น การใช้คำพูดสุภาพ การขอบคุณ และการขอโทษ การฝึกอย่างต่อเนื่องในช่วงวัยนี้จะช่วยให้เด็กนำทักษะเหล่านี้ไปใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อเข้าโรงเรียน

 


ทักษะ EF ช่วยลดปัญหาลูกไม่มีเพื่อนที่โรงเรียนได้อย่างไร

ทักษะ EF (Executive Functions) คือทักษะสมองชุดสำคัญที่เปรียบเสมือนระบบจัดการชีวิตของเด็กช่วยให้เด็กคิดก่อนทำ รอคอยเป็น ฟังผู้อื่น เข้าใจความรู้สึกของเพื่อน และควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ดี เด็กที่มีทักษะ EF แข็งแรงมักจะเข้าหาเพื่อนได้ง่ายกว่า เพราะสามารถรอคิว ฟังเพื่อน เล่นร่วมกัน และแก้ปัญหาเล็ก ๆ ระหว่างการเล่นได้ด้วยตัวเอง ส่งผลให้เพื่อนรู้สึกอยากเล่นด้วย และทำให้เด็กมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น พ่อแม่สามารถเสริมทักษะ EF ที่บ้านได้ง่าย ๆ

เช่น เล่นเกมที่ต้องมีกฎ กติกา มีการรอคิว หรือให้ลูกลองแก้ปัญหาเอง เช่น เมื่อของติดกันหรือทำของหายจะทำอย่างไร หรือชวนวางแผน เช่น หากเราจะไปสนามเด็กเล่นต้องเตรียมอะไรบ้าง? เมื่อทักษะ EF ดี เด็กจะมีทักษะที่ช่วยให้เพื่อนรู้สึกสบายใจเวลาเล่นด้วย จึงสร้างเพื่อนใหม่ได้ง่ายขึ้น

 



สัญญาณที่ควรสังเกต กันก่อนแก้ไข ลูกไม่มีเพื่อนที่โรงเรียนในอนาคต


ก่อนเข้าสู่โรงเรียน ผู้ปกครองสามารถสังเกตพฤติกรรมพัฒนาการทางสังคมของลูก เช่น   ไม่สบตาเวลาเล่นกับผู้อื่น ไม่สนใจเล่นกับเพื่อนวัยเดียวกัน ไม่เข้าใจอารมณ์ของเพื่อน ไม่รู้วิธีเริ่มบทสนทนา ขี้กังวลเมื่ออยู่กับคนหลายคน สัญญาณเหล่านี้ไม่ใช่การตีตราเด็ก แต่เป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้เราวางแผนเสริมทักษะให้ลูกตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อป้องกันความยากลำบากเมื่อต้องเข้าสังคมโรงเรียนในอนาคต

 

พ่อแม่จะสามารถช่วยส่งเสริมลูกได้อย่างไรบ้าง ?

สิ่งสำคัญคือการสร้างบรรยากาศของความเข้าใจและการสนับสนุน อย่าเปรียบเทียบลูกกับเด็กคนอื่น เปิดพื้นที่ให้ลูกเล่าว่าโรงเรียนมีอะไรเกิดขึ้น ชมความพยายามเมื่อเขากล้าพูดหรือกล้าทักเพื่อน

ชวนซ้อมทักษะสังคม เช่น ขอเล่นด้วยได้ไหม? ปรับความคาดหวังให้สอดคล้องกับวัยและบุคลิกของลูก

เน้นว่าการมีเพื่อนคือการเรียนรู้ ไม่ใช่การแข่งขัน เด็กแต่ละคนมีเส้นทางการเข้าสังคมที่ไม่เหมือนกัน การสนับสนุนอย่างอ่อนโยนและสม่ำเสมอจะทำให้เขามั่นใจมากขึ้นทุกวัน

 

Kids Plus ช่วยวางรากฐานการเข้าสังคมแบบเป็นระบบ เพื่อให้ลูกมั่นใจที่โรงเรียน

ที่ Kids Plus เราวางแผนพัฒนาทักษะทางสังคมของเด็กอย่างเป็นระบบ ผ่านกิจกรรมบำบัดรายบุคคล (Occupational Therapy) ,การฝึกทักษะ EF (Up Able) และกิจกรรมกลุ่ม (Buddy Club)เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการเล่นอย่างสนุกและเป็นธรรมชาติ เด็กจึงกล้าคิด กล้าพูด และกล้าทำ เราจำลองสถานการณ์ทางสังคมจริง เช่น การเล่นกลุ่ม การผลัดกันเล่น การเล่าเรื่อง หรือการช่วยเพื่อน เพื่อให้เด็กได้ฝึกการสื่อสาร การรอคอย การฟัง และการจัดการอารมณ์ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เมื่อรากฐานทักษะเหล่านี้แข็งแรง เด็กจะเข้าหาเพื่อนได้ง่ายขึ้น มีความมั่นใจมากขึ้น และสนุกกับการไปโรงเรียนมากกว่าเดิม

Related Content
KidsPlus กับ 23 ปีที่ตั้งใจดูแลพัฒนาการเด็กไทยอย่างเข้าใจ
ตลอด 23 ปีที่ผ่านมา KidsPlus ได้มีโอกาสดูแลเด็กไทยนับให้เติบโตอย่างมั่นใจ ผ่านการพัฒนาอย่างเข้าใจ ตั้งแต่ทักษะชีวิต การเข้าสังคม ไปจนถึงการเตรียมพร้อมสู่โรงเรียน และเรายังคงมุ่งมั่นตั้งใจสานต่อคุณภาพที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของเด็กทุกคน
5 Dec 2025
สร้างอนาคตของลูก ด้วยวิธีเลี้ยงลูกที่เปลี่ยนชีวิต
การสร้างอนาคตของลูก เริ่มจากพฤติกรรมเล็ก ๆ และการฝึก ทักษะ EF ที่เหมาะสม การสนับสนุน พัฒนาการเด็ก ตั้งแต่วันนี้ช่วยให้เด็กเติบโตมั่นใจ มีวินัย และพร้อมรับมือโลกในอนาคต
21 Sept 2025
Selective Mutism คืออะไร? เมื่อ “ความเงียบ” ของเด็ก ไม่ได้หมายความว่าไม่กล้าพูด
Selective Mutism ภาวะที่เด็ก “พูดได้แต่ไม่พูด” ในบางสถานการณ์ อาจไม่ใช่ความดื้อหรือขี้อายธรรมดา มาทำความเข้าใจภาวะนี้อย่างง่าย เพื่อช่วยให้ลูกน้อยก้าวผ่านความเงียบไปด้วยความมั่นใจ
7 Nov 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว and นโยบายคุกกี้
Compare product
0/4
Remove all
Compare